คุณสมบัติของเพชร
เป็นแร่ชนิดเดียวที่ประกอบขึ้นด้วยธาตุเพียง 1 ชนิดเท่านั้นคือ ธาตุคาร์บอน 99.95% อีก 0.05% เป็นแร่ธาตุชนิด อื่น เรียกว่า "Impurities (สารมลทิน) ธาตุไนโตรเจน ทำให้เพชรเป็นสีเหลือง ธาตุโบรอน ทำให้เพชรเป็นสีฟ้า โครงสร้างทางผลึกเป็นแบบ cubic system (Isometric) รูปร่างผลึกที่พบเห็นทั่วไปเป็นรูป 8 เหลี่ยม (Octahedron)
คุณสมบัติทางแสง
ค่าดัชนีหักเห (R.I.) : 2.417 ลักษณะทางแสง (Optic Character) : หักเหเดี่ยว (Singly Refractive) การกระจายแสง (Dispersion) : 0.44 (การกระจายแสงที่สูงนี้บางครั้งทำให้มองเห็นสีรุ้ง) ความวาว (Luster) : Adamantine (ความวาวแบบโลหะ)
คุณสมบัติทางกายภาพ
- ค่าความถ่วงจำเพาะ (Specific Gravity) : 3.52 ความแข็ง
- (Hardness) : 10 (สูงสุดตามสเกลของโมห์)
- ความเหนียว (Toughness) : ดีในทิศทางของรอยแยกแนวเรียบ ดีที่สุดในทิศทางอื่น
- รอยแยกแนวเรียบ (Clevage) : 4 ทิศทางขนานกับหน้าผลึก 8 เหลี่ยม รอยแตก
- (Fracture) : แบบขั้นบันได ไม่เป็นตัวนำไฟฟ้า ยกเว้นเพชรสีฟ้า เป็นตัวกึ่งนำไฟฟ้า ตัวนำความร้อน
- (Themal Inertia - Thermal Conductivity) : ดีที่สุด
ชนิดของเพชร
ชนิด Ia (Type Ia) : ประมาณ 98% ของเพชรทั้งหมดที่พบในธรรมชาติ มีธาตุไนโตรเจนแทรกเป็นหย่อมๆเล็กน้อย สีที่เห็นจะเป็นใสไม่มีสี-สีออกเหลืองอ่อนๆ เรียกว่า "Cape diamomd"
ชนิด Ib (Type Ib) : น้อยกว่า 1% ของเพชรทั้งหมดที่พบในธรรมชาติ มีธาตุไนโตรเจน และสีเหลืองเข้ม
ชนิด IIa (Type IIa) : พบยากมากในธรรมชาติ มีธาตุคาร์บอน 100% บริสุทธิ์ ใส ไม่มีสี
ชนิด IIb (Type IIb) : พบยากมากในธรรมชาติ มีธาตุโบรอนปนอยู่ ทำให้นำไฟฟ้าได้ดี มีสีฟ้า-เทา บางครั้งใสเกือบไม่มีสี ซึ่งหายากมาก
![]() |
1 --> เหลี่ยมเทเบิ้ล (Table) 2 --> เหลี่ยมสตาร์ (Star) 3 --> เหลี่ยมเบเซิล หรือเหลี่ยมไคท์(Kite) 4 --> เหลี่ยมอัพเพอร์เกิลเดิล (Upper girdle) 5 --> เหลี่ยมโลเวอร์เกิลเดิล (Lower girdle) 6 --> เหลี่ยมพาวิลเลียนเมน (Pavilion main) 7 --> คิวเลท (Culet) เมื่อมองเพชรจากด้านข้าง ส่วนด้านบนของเพชรเรียกว่า "คราวน์" (Crown) ส่วนด้านล่างของเพชรเรียกว่า "พาวิลเลี่ยน" (Pavillion) และ ส่วนกลางของเพชร หรือขอบเพชร เรียกว่า "Girdle เิชิญชมรายการเพชรร่วง และแบบแหวนเพชร ได้ที่นี่ครับ เพชร แหวนเพชร |
| < Prev | Next > |
|---|












